“กิฟฟารีน” เผยผลประกอบการณ์ไตรมาสแรกเติบโตมากกว่า 13% พร้อเดินเครื่องกดแผนธุรกิจไตรมาส2 ด้วยสินค้าขายดีกว่า100รายการ สนองความต้องการผู้บริโภคแย้มเตรียมส่งโปรโมชั่นสร้างความคึกคักให้ศูนย์ทั่วประเทศต่อเนื่อง ตามด้วยโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้วยสื่อครบทุกรูปแบบ พร้อมการเข้าถึงผู้บริโภคด้วยการจัดโรดโชว์และ เวิร์คช้อปมั่นใจยอดขายไตรมาส2 เติบโตดีไม่แพ้ไตรมาสแรกแน่
พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมของธุรกิจกิฟฟารีน ในช่วงไตรมาสแรกว่า ในช่วงไตรมาสที่หนึ่ง ของปีนี้ กิฟฟารีนมีผลประกอบการณ์ที่เติบโตขึ้น เป็นที่น่าพอใจ โดยเติบโตถึง 13% เมื่อเปรียบเทียบกับในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
ปีนี้ถือเป็นปีที่ กิฟฟารีน ฉลองครบรอบ15ปีพร้อมกับได้มีการแนะนำวัตกรรมผลิตภัณฑ์กว่า 10 รายการ ซึ่งแต่ละตัวล้วนได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และยังมีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นอยู่ขณะนี้ คือ กิฟฟารีน อบาโลน คอลลาเจนในน้ำทับทิม10% ที่ยังคงได้รับความสนใจจากนักธุรกิจและสมาชิกผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี โดยมีภาพยนตร์โฆษณาถึง 2เรื่อง ออกมาตอกย้ำความแรงอย่างต่อเนื่อง ที่เป็นตัวยืนยันความสำเร็จของยอดขายมากกว่า 3ล้านขวด ในระยะเวลาไม่นาน พร้อมกันนี้ยังมีโปรโมชั่นที่สร้างความคึกคักต่อเนื่องให้กับนักธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้กิฟฟารีนในช่วงไตรมาสแรก จึงมีอัตราการเติบโตเป็นที่น่าพอใจ
สำหรับแผนงานในช่วงไตรมาส2 นั้น ทางบริษัทฯ ยังคงเตรียมแผนการตลาดในการสร้างจำหน่าย จากผลิตภัณฑ์ ในกลุ่มของสกินแคร์และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อย่างต่อเนื่องพร้อมด้วยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้วยสื่อทุกรูปแบบ และการเข้าถึงผู้บริโภคด้วยการจัดโรดโชว์ และเวิร์คช้อปที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์และวิธีใช้ในเชิงลึก
พญ.นลินี กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของการเตรียมความพร้อมในการขยายงานให้กับนักธุรกิจนั้น ในไตรมาสที่สองยังคงมุ่งเน้นไปที่การจัดการแข่งขัน นักขายมือทอง หรือ Sale Contest ซึ่ง ในปีนี้จัดเป็นครั้งที่9 โดยจะเริ่มเปิดรับสมัครผู้เข้าแข่งขัน ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน – 15 พฤษภาคม 2554 และการนำนักธุรกิจที่ชนะการแข่งขัน ท่องเที่ยวประจำปีเดินทางท่องเที่ยว ยุโรป 3 ประเทศ ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม และเนเธอแลนด์
“วันนี้กิฟฟารีนเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลา 15ปี และก้าวเข้าสู่ปีที่ 16 อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดที่แตกต่าง เน้นการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ด้วยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในเชิงรุก ซึ่งในปีนี้ กิฟฟารีนได้วางแผนการตลาดที่ชู นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ที่โดดเด่น มุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายระดับบนและระดับกลาง พร้อมเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าทั้งในรูปแบบของ อี-คอมเมิร์ซ การเข้าถึงผู้บริโภคในโลก Social network อย่างจริงจัง และการให้บริการเดลิเวอร์รี่สินค้าทั่วประเทศ ที่ในขณะนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค นอกจากนี้บริษัทยังได้วางแผนเปิด ศูนย์ธุรกิจขนาดใหญ่ ที่เป็นศูนย์กลางการประชุมสัมนาในแต่ละภูมิภาค เพื่อรองรับการขยายเครือข่ายของนักธุรกิจทั่วประเทศ โดยปัจจุบันกิฟฟารีนมีศูนย์ธุรกิจทั้งหมด 111 ศูนย์
ทั่วประเทศอีกด้วย” พญ.นลินี กล่างทิ้งท้าย
ที่มา : หนังสือพิมพ์ ตลาดวิเคราะห์ ฉบับวันที่ 1-15 พฤษภาคม 2554
